ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีการทำSEO สำหรับมือใหม่ง่ายๆ  ให้ติดอับดับใน Google

Content seo

             เวลาที่เราจะอยากขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการออนไลน์ หลายคนอาจจะคิดว่าสร้างแค่เว็บไซต์ก็เป็นอันเสร็จแต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย การวางแผนปรับรูปแบบเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

แล้วเน้นในเรื่องของคอนเท้นท์หรือบทความเป็นอันดับแรกจดหัวข้อบทความที่เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของเราพร้อมๆกับการวิเคราะห์หาคีย์เวิร์ดมาสอดแทรกให้อยู่ในบทความ

การทำ Content seo เป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามกันเลย และในวันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการสร้าง SEO สำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นในการทำ ให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมหรือคลิกที่เว็บไซต์ของเรามากขึ้นโดยเสียเวลาเรียนรู้ไม่นาน อาจจะมีข้อกำหนดเยอะหรืออาจจะทำให้สับสนได้

วิธีทำ SEO 

1. ติดตั้งปลั๊กอิน yoast seo
    เข้ามาที่หน้า Dashboard ของเว็บไซต์เรา จากนั้นก็เลือกคำว่า Plugins และ Add new หาปลั๊กอินแล้วทำการ install ซะโดยไม่ต้องเสี่ยเงินค่ะ

ปลั๊กอิน yoast seo

จากภาพให้เราเขียนคอนเท้นท์ง่ายตามเกณฑ์ที่เขากำหนด ถ้าเราเขียนดี มันจะขึ้นสีเขียวทีละอัน ยิ่งเราทำไฟเขียวได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะช่วยให้คอนเท้นท์ของเราติดอับดับกูเกิลแน่นอน


ปลั๊กอิน yoast seo

2. กำหนดคีย์เวิร์ด
ถ้าเราอยากรู้ของคีย์เวิร์ดที่เราจะทำเรื่องนั้นๆ เราแนะนำให้ทุกคนเข้าไปคนหาใน Keyword tool ก่อนว่าคีย์เวิร์ดที่เราได้มีไหม แล้วค่อยเอาคีย์เวิร์ดที่ได้มาแต่งเป็นชื่อเรื่องในขั้นตอนต่อไป 

3. ตั้งชื่อบทความโดยใส่คีย์เวิร์ดของเราลงไป
เมื่อเราได้คีย์เวิร์ดที่คิดว่าใช่แล้ว ก็จัดการเอาคำพวกนั้นมาแต่งเป็นชื่อบทความเลยค่ะ และที่สำคัญคือต้องเขียนคำโปรยข้อให้น่าสนใจ น่ากดเข้าไปอ่านด้วยนะคะ 

4. จำนวนคำในบทความต้องมีความยาง 300 คำขึ้นไป
ในข้อนี้แน่นอนอยู่แล้วที่บทความจะต้องมียาวยาวเพื่อให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้นไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านไม่น่าเบื่อ สมารถสร้างความดึงดูดให้แก่ผู้อ่านได้ หรืออาจจะดูจาก yoast seo ก็ได้ เค้าจะนับตัวอักษรให้เราอัตโนมัติอยู่แล้ว

5. ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Meta descrition
เป็นการอธิบายบทความแบบกระชับ เอาส่วนของย่อหน้าแรกในบทความมาซัก 2 บรรทัด

Meta descrition

6. 
ต้องมีคีย์เวิร์ดในย่อหน้าแรก

7. เอาคีย์เวิร์ดมาตั้งเป็นหัวข้อ Subheading เช่น H1, H2, H3

8. ในบทความต้องมีการทำ บูลเล็ท หรือการทำ คอนเท้นท์ให้เป็นข้อๆ 

9. ต้องมีรูปภาพเดียวกับคีย์เวิร์ดอย่างน้อยหนึ่งรูป

10. ต้องมี Outbound Link เป็นการทำลิ้งที่เกี่ยวกับบทความนี้จากภายนอก


สำหรับใครที่อยากเรียนรู้การตลาดออนไลน์เพิ่มเติม เรามีคลาสรับทำการตลาดออนไลน์พื้นฐาน มาแนะนำค่ะ 

อ่านบทความเกี่ยวกับ ทำความรู้จักกับการทำการตลาดออนไลน์ คลิก 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

5 ขั้นตอนขายของด้วยกลยุทธ์การตลาด Personalization           เมื่อเทคโนโลยีและข้อมูลก้าวหน้าขึ้น กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization ก็ทำได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะคนด้วยคอนเทนต์ สินค้า และบริการ ช่องทางการสื่อสาร ราคา และประสบการณ์ที่เหมาะกับคนๆนั้นได้ ทำไมต้องทำกลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization ? ถ้ามองในแง่ของคนทำธุรกิจ ก็คือกำไรที่มากขึ้น จากสถิติอ้างว่าการทำการตลาด Personalization ช่วยเพิ่มกำไรอีก 15 % สำหรับแบรนด์ที่ตระหนักถึงความต้องการของผู้บริโภค แต่ถ้ามองในแง่ของผู้บริโภค กลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้ 75% ของผู้บริโภคมาซื้อของร้านโดยเฉพาะร้านค้าปลีกมากขึ้นหากร้านนั้นจำชื่อของลูกค้าได้ คอยดูและแนะนำทางเลือกใหม่ๆ โดยดูจากประวัติการซื้อของ ซึ่ง 81% ของผู้บริโภคอยากให้แบรนด์จำตัวลูกค้าได้ รู้ว่าเวลาไหนที่แบรนด์ควรเข้าไปดูแลลูกค้าและเวลาไหนที่ไม่ควร กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization ทำอย่างไร?      1. ต้องมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือก่อน : จะสื่อสารกับลูกค้าต้องรู้จักลักษณะของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ  เพศ ที...

หาสิ่งที่ชอบ “Passion” เปลี่ยนเป็นรายได้ “Income”

หาสิ่งที่ชอบ “Passion” เปลี่ยนเป็นรายได้  “Income”         ในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน ถึงแม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยที่ติดเชื้อจากประเทศนั้นๆ ทำให้หลายยังกลัวกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่นี้อยู่ ทำให้ส่งผลต่อการงาน บางคนต้องถูกสั่งพักงาน และเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน และการเดินทางไปต่างจังหวัดต้องป้องกันโดยการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรค แต่ในมุมร้ายๆ ก็อาจจะมีมุมดีๆ หากเรามองในแง่ดี ก็คือการที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลในแต่ละวัน ทำให้เราหันมาใส่ใจการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น หรือหลายๆ อาจหาทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง      หากคุณเป็นคนหนึ่งมีสิ่งที่ชอบและสิ่งที่คิดว่าตัวเองถนัด  อยากหารายได้เสริม (Income) เกี่ยวกับงานที่ตัวเองจะทำนี้คือ 4 ช่องทางที่จะสามารถเปลี่ยน  สิ่งที่ชอบ  ( Passion ) เป็น รายได้  ( Income ) 1. YouTube       การสร้างรายได้ในช่องทางนี้ให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที...

พักโซเชียลมาใช้ SEM & SEO กันเถอะ

พักโซเชียลมาใช้ SEM & SEO กันเถอะ           ในปัจจุบันนี้ Social Media   ส่วนใหญ่ถือกำเนิดขึ้นมาจากจุดประสงค์ของการเชื่อมต่อคนทั่วโลกให้เข้าถึงกัน หลังจากนั้นถึงมีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เอื้อต่อการทำธุรกิจด้วยฟีเจอร์ให้ลงโฆษณา ให้ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มนั้นๆ ได้ทันที แต่ลองคิดภาพว่า Social ทุกแพลตฟอร์มถึงจุดอิ่มตัว ผู้เริ่มใช้เริ่มเบื่อ ไม่มีคนเข้ามาดูอะไร แล้วใครจะเห็นสินค้า หรือคอนเทนต์ของเรากัน ?       SEM แบ่งวิธีการทำออกได้สองแบบ คือ SEO คือการแข่งขันกันขึ้นอันดับของ   Search Engine   อย่าง Google เพื่อให้คนที่เสิร์ช เข้ามาเห็นเว็บไซต์ของเราก่อนเป็นอันดับแรกๆ ผู้คนที่ค้นหา เชื่อการจัดอันดับของ Google มากพอสมควร และลิงก์ไหนที่ขึ้นเป็นอันดับแรกๆ จะมีคำตอบที่พวกเขาต้องการมากที่สุด      ส่วนการทำ Google Ads คือการสร้างชุดโฆษณาขึ้นมา แล้วคัดเลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการ จากนั้นกำหนดให้คนที่เสิร์ช ด้วยคีย์เวิร์ดนี้จะเห็นโฆษณาที่ทำแล้วเห็นผลได้ทันทีเพราะโฆษณาของคุณจะปรากฏขึ้นในหน้า Search ของ Google เลย ...